“ออกไปจากญี่ปุ่นซะ!” จดหมาย Hate Speech ถึงชาวจีนถูกส่งไปยังร้านค้าในไชน่าทาวน์โยโกฮาม่า

ออกไปจากญี่ปุ่นซะจดหมาย Hate Speech ถึงชาวจีน

ออกไปจากญี่ปุ่นซะจดหมาย Hate Speech ถึงชาวจีน

ออกไปจากญี่ปุ่นซะจดหมาย Hate Speech ถึงชาวจีน

ร้านค้าจำนวนมากในย่านไชน่าทาวน์ที่โยโกฮาม่า แปะป้าย Hate Speech ถึงชาวจีนโดยใช้ภาษายุยงแบ่งแยกให้เกิดความเกลียดชัง สืบเนื่องมาจากกระแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ที่มีต้นเหตุมาจากเมืองอู่ฮั่น ในประเทศจีน ส่งผลให้ลูกค้าในย่านไชน่าทาวน์มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจสอบไปยังเมืองโยโกฮาม่าอีกครั้ง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงของป้าย Hate Speech ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

กลุ่มสหกรณ์พัฒนาไชน่าทาวน์โยโกฮาม่า รายงานว่า มีจดหมายบรรจุกระดาษขนาด A4 ส่งผ่านไปรษณีย์ไปยังร้านค้าจำนวนมากในไชน่าทาวน์เมื่อวันที่ 3 มีนาคม โดยพิมพ์ข้อความด้วยตัวหนังสือสีแดง ยั่วยุให้เกิดความเกลียดชังต่อชาวจีนว่า “คนจีนคือขยะ! พวกเชื้อโรค! พวกปีศาจ! พวกเกะกะ! รีบออกไปจาประเทศญี่ปุ่นซะ!!”

จดหมายทุกฉบับที่ส่งไปยังร้านค้ามีเนื้อหาเหมือนกันทั้งหมด แต่ถูกส่งโดยมีตราประทับจากเขตโตเกียวในพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป โดยทางกลุ่มสหกรณ์ได้แจ้งความไปยังตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “การส่งจดหมายที่มีข้อความยั่วยุให้เกิดความเกลียดชังในสถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ ย่านไชน่าทาวน์ของเราดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นจึงขอให้ชาวจีนอย่ายอมแพ้และขอให้พยายามจนถึงที่สุด” ตัวแทนจากสหกรณ์พัฒนาไชน่าทาวน์โยโกฮาม่ากล่าวให้กำลังใจชาวจีนที่อาศัยในประเทศญี่ปุ่น

ในวันที่ 5 มีนาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิทธิมนุษยชนประจำเมืองโยโกฮาม่า ได้เดินทางไปพบตัวแทนจากสหกรณ์พัฒนาไชน่าทาวน์โยโกฮาม่าเพื่อตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยหัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนให้สัมภาษณ์ว่า “ไชน่าทาวน์เป็นย่านที่ทำให้โยโกฮาม่าเฟื่องฟูมีชื่อเสียงและมีอายุมานานหลายสิบปี เรารู้สึกเสียใจและขุ่นเคืองใจเป็นอย่างยิ่งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น การเขียนข้อความ Hate Speech ที่ยั่วยุให้เกิดความแบ่งแยกนั่นไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย”  สล็อตเว็บตรง

Continue Reading

ผลตรวจเป็นบวก! พบคนวงการบันเทิงญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก

พบคนวงการบันเทิงญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโควิด

พบคนวงการบันเทิงญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโควิด

พบคนวงการบันเทิงญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโควิด

พบคนวงการบันเทิงญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโควิด

 

จากข่าวการเสียชีวิตของศิลปินตลกชื่อดัง “ชิมูระ เคน” (ชื่อจริง : ชิมูระ ยาสุโนริ) ด้วยวัย 70 ปี หลังตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 สร้างความเศร้าโศกให้กับคนในวงการบันเทิงและชาวญี่ปุ่น รวมทั้งผู้ที่เคยชมผลงานของเขาจากทั่วโลก กับการสูญเสียอย่างฉับพลันในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีการยืนยันอีกว่า มีบุคคลที่มีชื่อเสียงและคนในวงการบันเทิงญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก

โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม สถานีโทรทัศน์ TBS ประกาศหยุดการถ่ายทำละครเรื่อง “ขบวนการจักรกลเวทมนตร์ คิราเมเจอร์ ” ชั่วคราว หลังพบว่านักแสดงนำของเรื่อง “โคมิยะ ริโอะ” (17 ปี) ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งโคมิยะเข้าร่วมการถ่ายทำละครครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม หลังจากถ่ายทำเสร็จ เขาแจ้งว่าตนสูญเสียการรับรสและเข้ารับการตรวจวินัจฉัยโรค โดยผลการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นบวก ส่งผลให้การถ่ายทำละครในวันที่ 28 มีนาคมต้องหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบอาการผิดปกติในกลุ่มนักแสดงและทีมงานจำนวนกว่า 40 คนที่ร่วมในกองถ่ายเดียวกันกับโคมิยะในปัจจุบัน

 

ในวันเดียวกันนี้ ต้นสังกัดของนักแสดงและผู้เขียนบทละครภาพยนตร์ “คุโด้ คังคุโร่” (49 ปี) ได้ประกาศบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการว่า คุโด้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว

 

โดยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม คุโด้มีอาการกรวยไตอักเสบ ทำให้เขาไม่สามารถร่วมอัดเสียงรายการวิทยุของเขาได้ ซึ่งทางต้นสังกัดได้ประกาศบนเว็บไซต์หลังจากนั้นว่า “คุโด้ คังคุโร่ที่กำลังเข้ารับการรักษาโรคกรวยไตอักเสบนั้น ได้รับการตรวจเมื่อคืนวันที่ 31 มีนาคม และมีผลการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นบวก” โดยต้นสังกัดได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ในระหว่างที่คุโด้ต้องเผชิญกับอาการเจ็บที่บริเวณเอวและอาการไข้ขึ้นสูงผลจากโรคกรวยไตอักเสบอยู่นั้น เขาก็มีอาการของเชื้อไวรัสโควิด-19 แทรกซ้อนมาด้วย

ทั้งนี้ คุโด้ คังคุโร่ ได้คอมเม้นท์ว่า “ผมเชื่อมั่นมาตลอดว่า ยังไงเราก็ไม่มีทางติดเชื้อได้ จนตอนนี้ที่ผมติดเชื้อไวรัสเข้าจริง ๆ มันก็เต็มไปด้วยความคิดที่ว่า ทำไมต้องเป็นเรา? ในตอนที่ผมกำลังจะลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง ไวรัสมันเข้ามาหลังจากความเจ็บปวดที่เอวจากอาการกรวยไตอักเสบหายไป” คุโด้กล่าวเกี่ยวกับอาการของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกว่า “ตอนนี้ผมไม่มีอาการปอดอักเสบและอาการไข้หวัดแต่อย่างใด จากนี้ไปจะขอทุ่มเทให้กับการพักรักษาตัว เพื่อหวังว่าจะกลับมาแข็งแรงตามเดิมได้โดยเร็ว”  สล็อตเว็บตรง

Continue Reading

จังหวัดไอจิเดินหน้าสร้าง “จิบลิพาร์ค” พร้อมเผยรายละเอียดพื้นที่ 5 โซน ทยอยเปิดบริการภายในปี 2022-2023

จังหวัดไอจิเดินหน้าสร้างจิบลิพาร์คพื้นที่ 5 โซน

จังหวัดไอจิเดินหน้าสร้างจิบลิพาร์คพื้นที่5โซน

จังหวัดไอจิเดินหน้าสร้างจิบลิพาร์คพื้นที่ 5 โซน

จังหวัดไอจิเดินหน้าสร้างจิบลิพาร์คพื้นที่5โซน

“จิบลิพาร์ค” (Ghibli Park) ธีมพาร์คที่เชื่อว่าหลายตั้งหน้าตั้งตารอที่จะไปสัมผัสบรรยากาศการจำลองฉากในภาพยนตร์การ์ตูนจากผลงานโดยสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ไว้บนพื้นที่ของสวนสาธารณะไอ・จิคิวคิเน็ง หรือ Morikoro Park ในจังหวัดไอจิ โดยล่าสุดมีอัปเดตความคืบหน้าพร้อมทั้งรายละเอียดของพื้นที่ 5 โซนภายในธีม พาร์คมาให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้นกันยิ่งขึ้นอีกด้วย

การจำลองบรรยากาศจากภาพยนตร์การ์ตูนของสตูดิโอจิบลิที่คุณหลงรัก

“จิบลิพาร์ค” เป็นธีมพาร์คที่จำลองบรรยากาศจากผลงานภาพยนตร์การ์ตูนหลาย ๆ เรื่องโดยสตูดิโอจิบลิที่คนทั่วโลกหลงรัก ทั้งการจำลองสถานที่ที่มีอยู่จริงและสถานที่ในจิตนาการเอาไว้บนพื้นที่ของสวนสาธารณะไอ・จิคิวคิเน็ง หรือ Morikoro Park ในจังหวัดไอจิ โดยมีกำหนดสร้างพื้นที่ 5 โซน 5 สไตล์ ได้แก่ “Seishun no Oka Area” (สีส้ม), “Ghibli Daisouko Area” (สีม่วง), “Mononoke no Sato Area” (สีเขียว), “Majo no Tani Area” (สีแดง) และ “Dondoko Mori Area” (สีเขียว)

จังหวัดไอจิเดินหน้าสร้างจิบลิพาร์คพื้นที่5โซน

ล่าสุด มีการอัปเดตความคืบหน้าการสร้างธีมพาร์คแห่งนี้ออกมาแล้วว่า จะมีการเปิดให้บริการโซน Seishun no Oka Area, Ghibli Daisouko Area และ Dondoko Mori Area ภายในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2022 และหลังจากนั้น 1 ปีจะเปิดให้บริการโซน Mononoke no Sato Area และ Majo no Tani Area ภายในปี 2023

จังหวัดไอจิเดินหน้าสร้างจิบลิพาร์คพื้นที่5โซน

อีกทั้ง ยังมีการเปิดเผยรายละเอียดของพื้นที่ทั้ง 5 โซนมาเรียกน้ำย่อยให้แฟน ๆ สตูดิโอจิบลิได้ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ดังนี้

Seishun no Oka Area

“Seishun no Oka Area” เป็นโซนแรกที่นำพาคุณเข้าไปสู่ “โลกของจิบลิ” อย่างเป็นทางการ รอต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนจากฝั่งทางเข้าทิศเหนือของจิบลิพาร์ค ซึ่งจะเป็นประตูทางเข้าหลักที่รวบรวมเอาจุดเด่นอันเป็นสัญลักษณ์ของการ์ตูนจิบลิเอาไว้

ที่บริเวณใกล้ ๆ ทางเข้าจะมีหอสังเกตการณ์ที่สร้างแบบจำลองมาจากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์” (Howl’s Moving Castle) และ “ลาพิวต้า พลิกตำนานเหนือเวหา” (LAPUTA: Castle in the Sky) ฯลฯ ซึ่งจะมีการตกแต่งพื้นที่ทั้งภายนอกและภายในโดยอ้างอิงจากสถาปัตยกรรมช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในสไตล์แฟนตาซีวิทยาศาสตร์

อีกทั้งยังมีการจำลองบ้านเรือนในช่วงต้นยุคเฮย์เซย์ เช่น ร้านขายของเก่า Earth Shop จากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “วันนั้น…วันไหน หัวใจจะเป็นสีชมพู” (Whisper of the Heart), สำนักงานแมว (Neko no Jimusho) จากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “เจ้าแมวยอดนักสืบ” (The Cat Returns) เป็นต้น

Ghibli Daisouko Area

“Ghibli Daisouko Area” เป็นพื้นที่ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่มาจากสระว่ายน้ำเก่าที่ปิดให้บริการไปเมื่อปลายเดือนกันยายน ปี 2018 เป็นอาคารที่สร้างให้คล้ายโกดังเก็บของ ผสมผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่นและตะวันตก ให้คุณเพลิดเพลินกับบรรยากาศภายในโดยไม่ต้องกังวลกับสภาพอากาศด้านนอก

มีห้องจัดแสดงนิทรรศการมีทั้งหมด 3 ห้อง ได้แก่ ห้องจัดแสดงผลงานทั่วไป, ห้องจัดแสดงผลงานพิเศษตามเทศกาลต่าง ๆ และโรงภาพยนตร์ ที่จุผู้ชมได้ราว 170 ที่นั่ง ที่จะทำให้คุณได้ชื่นชมผลงานจากโลกของจิบลิได้อย่างเต็มอิ่ม โดยมีการจำลองบรรยากาศโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองต่างมิติจากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (Spirited Away)

Mononoke no Sato Area

ที่โซน “Mononoke no Sato Area” มีการจำลองบรรยากาศหมู่บ้านชนบทที่รายล้อมไปด้วยหุบเขาสไตล์ญี่ปุ่น จากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร” (The Princess Mononoke) บนพื้นที่โล่งกว้างที่เต็มไปด้วยสีเขียวธรรมชาติแห่งนี้จะมีกิจกรรมเรียนรู้ต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ “โรงหลอมเหล็กทาทาระ” เทคนิคการหลอมเหล็กกล้าแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น และ “กระท่อมเผาถ่าน” ฯลฯ อีกทั้งยังมีกำหนดสร้างรูปปั้นของเทพเจ้าทาทาริ (The Demon God) และเทพเจ้าหมูป่า (Okkoto Nushi) ให้ได้ซึมซับบรรยากาศราวกับว่าเป็นเมืองที่หลุดมาจากภาพยนตร์การ์ตูนของจิบลิจริง ๆ

Majo no Tani Area

“Majo no Tani Area” เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสนามหญ้าขนาดใหญ่ แม้จะมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2023 ก็ตาม แต่ที่นี่อาจเป็นพื้นที่ที่แฟน ๆ จิบลิหลายคนอยากมาสัมผัสบรรยากาศมากที่สุด เพราะจำลองบรรยากาศ “หุบเขาแม่มด” โดยได้แรงบันดาลใจในการก่อสร้างมาจากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องชื่อดังขวัญใจคนทั่วโลก 2 เรื่อง ได้แก่ “ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์” (Howl’s Moving Castle) และ “แม่มดน้อยกิกิ” (Kiki’s Delivery Service)

เนรมิตบรรยากาศภายในพื้นที่ตามสไตล์ยุโรปเหนือ พร้อมทั้งให้บริการร้านอาหาร จุดนั่งพัก และสนามเด็กเล่นที่จำลองการสร้างมาจาก “ปราสาทของฮาวล์” และ “Okino house” บ้านเกิดของแม่มดน้อยกิกิ

Dondoko Mori Area

“Dondoko Mori Area” เป็นอีกหนึ่งโซนที่จะรายล้อมไปด้วยสีเขียวจากธรรมชาติของทิวทัศน์ไร่นาชนบทในยุคโชวะ มีการออกแบบอาคารประชาสัมพันธ์โดยจำลองตามแบบบ้านของซาซึกิและเมย์จากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “โทโทโร่เพื่อนรัก” (My Neighbor Totoro) นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงเส้นทางเดินเล่นบริเวณป่าหลังภูเขาขึ้นใหม่อีกด้วย โดยคำว่า “ดงโดะโกะ” (Dondoko) มีที่มาจาก “ดงโดะโกะ โอโดริ” ที่ซาซึกิ, เมย์ และเหล่าโทโทโร่ได้เต้นรำหลังหว่านเมล็ดเพื่อขอพรให้พืชพรรณเจริญเติบโตนั่นเอง

เตรียมวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นให้พร้อม! และอดใจรอกันอีกไม่นานกับ “จิบลิพาร์ค” ธีมพาร์คโดยสตูดิโอจิบลิ ที่จะทยอยเปิดพื้นที่ให้ได้เข้าชมกันในฤดูใบไม้ร่วงปี 2022-2023 สวนสาธารณะไอ・จิคิวคิเน็ง (Morikoro Park) ในจังหวัดไอจิ หากมีอัปเดตใหม่ ๆ หรือรายละเอียดเพิ่มเติมของจิบลิพาร์ค เราก็ไม่พลาดที่จะมานำเสนอให้เพื่อน ๆ  สล็อตเว็บตรง

Continue Reading

10 อันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดประจำปี 2020 ญี่ปุ่น vs ไทย

10อันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดญี่ปุ่นvsไทย

10อันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดญี่ปุ่นvsไทย

10อันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดญี่ปุ่นvsไทย

 

10อันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดญี่ปุ่นvsไทย

ในยุคทุนนิยมเป็นใหญ่ หลายคนอาจกังวลกับคำว่า “รวยกระจุก จนกระจาย” องค์กรพัฒนาเอกชนด้านความยากจนในระดับสากล Oxfam ได้ระบุว่ามูลค่าทรัพย์สินของของมหาเศรษฐีเพียงแค่ 62 อันดับแรกของโลกนั้นรวมกันแล้วเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินของคนธรรมดาๆ จำนวนครึ่งหนึ่งของมนุษยชาติทั้งหมด พูดง่ายๆ คือ มหาเศรษฐี 62 คนพวกนี้ มีเงินทองเท่ากับคนธรรมดา 3 พันล้านคนรวมกัน! แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำหรับผู้เขียนในวันนี้ สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะนำเสนอคือ อันดับของคนรวยในแต่ละประเทศนั้นสะท้อนอะไรในระบบเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ บ้าง เรามาดูของญี่ปุ่นกันก่อนนะครับ

มหาเศรษฐีญี่ปุ่นที่รวยที่สุด 10 อันดับแรก

อันดับ 1 Tadashi Yanai (อายุ 71 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.วาเซดะ) แห่งบริษัท FAST RETAILING (ก็คือบริษัทเจ้าของแบรนด์ UNIQLO นั่นเอง) มูลค่าทรัพย์สิน 2,387,000,000,000 เยน

อันดับ 2 Masayoshi Son (อายุ 62 ปี สำเร็จการศึกษาจาก University of California, Berkeley) แห่งบริษัท Softbank (บริษัทที่ให้เงินทุนพวกสตาร์ตอัพ อดีตเจ้าของตัวจริงผู้อยู่เบื้องหลังอาลีบาบา) มูลค่าทรัพย์สิน 2,194,000,000,000 เยน

อันดับ 3 Takemitsu Takizaki (อายุ 74 ปี สำเร็จการศึกษาจาก Hyogo Prefectural Amagasaki Technical High School) แห่ง Keyence บริษัทด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าจำพวกอุปกรณ์ตรวจสอบ ระบบเซ็นเซอร์ วิชั่นซิสเต็ม ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่โอซาก้า มูลค่าทรัพย์สิน 2,119,000,000,000 เยน

อันดับ 4 Nobutada Saji (อายุ 74 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.เคย์โอ) แห่ง Suntory Holdings (นึกถึงวิสกี้และเบียร์ Suntory ไว้นะครับ) มูลค่าทรัพย์สิน 1,600,000,000,000 เยน

อันดับ 5 Takahisa Takahara (อายุ 58 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.เซย์โจ) แห่ง Unicharm ขายผ้าอ้อม ผ้าอนามัย มูลค่าทรัพย์สิน 632,000,000,000 เยน

อันดับ 6 Hiroshi Mikitani (อายุ 55 ปี สำเร็จการศึกษาจาก Harvard University (MBA)) แห่ง Rakuten เว็บอีคอมเมิร์ซเจ้าดังของญี่ปุ่น มูลค่าทรัพย์สิน 578,000,000,000 เยน

อันดับ 7 Yasumitsu Shigeta (อายุ 55 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.นิฮอน) แห่ง Hikari Tsushin บริษัทด้านโทรคมนาคม มูลค่าทรัพย์สิน 503,000,000,000 เยน

อันดับ 8 Hideyuki Busujima (อายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม.เคย์โอ) แห่ง SANKYO เจ้าแห่งวงการปาจิงโกะ มูลค่าทรัพย์สิน 439,000,000,000 เยน

อันดับ 9 Akio Nitori (อายุ 76 ปี สำเร็จการศึกษาจาก ม. Hokkai Gakuen) แห่ง NITORI บริษัทค้าปลีกเครื่องเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านของญี่ปุ่น มูลค่าทรัพย์สิน 428,000,000,000 เยน

อันดับ 10 Akira Mori (อายุ 83 ปี ม.เคย์โอ) แห่ง Mori Trust บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น มูลค่าทรัพย์สิน 417,000,000,000 เยน

เว้นวรรคไว้ก่อน เรามาดู 10 อันดับมหาเศรษฐีของไทยกันบ้าง

อันดับ 1 พี่น้องเจียรวนนท์ (เครือเจริญโภคภัณฑ์) มูลค่าทรัพย์สิน 8.92 แสนล้านบาท

อันดับ 2 เฉลิม อยู่วิทยา (กระทิงแดง) มูลค่าทรัพย์สิน 6.6 แสนล้านบาท

อันดับ 3 เจริญ สิริวัฒนภักดี (ไทยเบฟเวอเรจ) มูลค่าทรัพย์สิน 3.43 แสนล้านบาท

อันดับ 4 ตระกูลจิราธิวัฒน์ (กลุ่มเซนทรัล) มูลค่าทรัพย์สิน 3.1 แสนล้านบาท

อันดับ 5 สารัชถ์ รัตนาวะดี (กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์) มูลค่าทรัพย์สิน 2.22 แสนล้านบาท

อันดับ 6 อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา (คิง เพาเวอร์) มูลค่าทรัพย์สิน 1.24 แสนล้านบาท

อันดับ 7 ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ (ทีโอเอ) มูลค่าทรัพย์สิน 1.01 แสนล้านบาท

 

อันดับ 8 ตระกูลโอสถานุเคาะห์ (โอสถสภา) มูลค่าทรัพย์สิน 9.8 หมื่นล้านบาท

อันดับ 9 วานิช ไชยวรรณ (ไทยประกันชีวิต) มูลค่าทรัพย์สิน 9.15 หมื่นล้านบาท

อันดับ 10 ชูชาติ เพ็ชรอำไพ และดาวนภา เพชรอำไพ (เมืองไทย แคปปิตอล) มูลค่าทรัพย์สิน 8.66 หมื่นล้านบาท

ประเด็นที่ผู้เขียนจะชี้ (ต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนตัว) ก็คือมหาเศรษฐีพวกนี้รวยจากธุรกิจอะไร แล้วธุรกิจพวกนี้มีผลดีต่อมนุษยชาติหรือประชาชนในแง่ใดบ้าง

10อันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดญี่ปุ่นvsไทย

สำหรับญี่ปุ่น ผู้เขียนมองว่า โอเคสำหรับยูนิโคล่นี่มันไม่มีอะไรมากนอกจากการเป็นแบรนด์ที่ขายได้ทั่วโลก ก่อให้เกิดการค้า การจ้างงานในระดับระหว่างประเทศมากมาย แต่ถ้าถามว่าธุรกิจอะไรมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือสร้างสรรค์อะไรให้มนุษยชาติมากกว่ากัน ผมให้ราคากับนาย Masayoshi Son แห่ง Softbank มากกว่า พูดง่ายๆ ก็คือความรวยของเขาเกิดจากการที่เขามีส่วน “ผลักดัน” เศรษฐกิจให้เคลื่อนไปในแบบที่เรียกว่าสะเทือนภูมิภาคกันเลยทีเดียว หรืออย่างรวยเพราะโทรคมนาคม ก็ยังมองได้ว่าโทรคมนาคมมันทำให้ชาติเจริญขึ้น ส่วนรวยเพราะเหล้าเบียร์ หรือปาจิงโกะ ผู้เขียนไม่ใคร่ศรัทธา เพราะมันเป็นการบริโภคแบบกินให้มันสิ้นเปลืองไป ยิ่งปาจิงโกะด้วยผู้เขียนมองว่าเป็นสิ่งมอมเมา

10อันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดญี่ปุ่นvsไทย

แล้วมหาเศรษฐีไทยรวยจากอะไร? ความรวยของพวกเขามีส่วนกระตุ้นให้ประเทศชาติพัฒนาในทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี หรือคุณภาพชีวิตหรือไม่? หรือรวยบนรูปแบบการบริโภคแบบกินให้มันสิ้นเปลืองไป กินแล้วก็ถ่ายท้อง จบกัน แล้วก็กินเข้าไปใหม่? เรื่องนี้ก็ขอท่านผู้อ่านพิจารณากันเองนะครับ    สล็อตเว็บตรง

Continue Reading

เมื่อสหรัฐฯ “ลูกพี่ใหญ่” อยากจะมาเป็นกาวประสานใจ เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นบอกว่า “เรื่องนี้จะขอจัดการเอง”!!!

เมื่อสหรัฐมาเป็นกาวประสานใจ เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น

เมื่อสหรัฐมาเป็นกาวประสานใจ เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น

เมื่อสหรัฐมาเป็นกาวประสานใจ เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น

เมื่อสหรัฐมาเป็นกาวประสานใจ เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น

อย่างที่ผู้เขียนได้บอกเล่ามาแล้วว่าตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้-ญี่ปุ่นนั้นเลวลงอย่างมาก ตั้งแต่ประธานาธิบดีมุนแต่งตั้ง “คนแอนตี้ญี่ปุ่น” ให้เป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศญี่ปุ่น ไหนจะเรื่องปลุกผี “ผู้หญิงปลอบขวัญ” ขึ้นมาเป็นประเด็นอีก ไม่นับเรื่องบ้าจี้จำพวกต่างหูของทันจิโร่ที่อุตส่าห์เอาไปโยงกับลัทธิจักรวรรดินิยมแล้วก็ลามไปถึง Netflix ได้อีก แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป แล้วจะมีใครยื่นมือเข้ามารักษาความสัมพันธ์เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นได้ แล้วถ้าเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นไม่จับมือเป็นพันธมิตรกันอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ขอเชิญอ่านครับ

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสามประเทศได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ตามความประสงค์ของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในการนี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดนคาดหวังว่าญี่ปุ่นจะยินดีให้ความร่วมมือด้านความมั่นคงในระดับไตรภาคีเพื่อการดำเนินนโยบายต่อเกาหลีเหนือ (ซึ่งเพื่อการนี้ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้จำเป็นจะต้อง “ร่วมมือกัน”)

ในเรื่องปัญหาเกาหลีเหนือนั้น รัฐบาลไบเดนได้ตัดสินใจ “ทวนกระแส” ไม่เอาแนวทางเดิมยุครัฐบาลโอบามา ที่เรียกว่า “ความอดทนเชิงกลยุทธ์” ที่ยอมให้เกาหลีเหนือพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธและยอมให้มีขีปนาวุธพิสัยใกล้และพิสัยกลางที่ยิงไปไม่ถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งนายโมเตกิได้แสดงท่าที “สนับสนุน” เนื่องจากนายโมเตกิยึดมั่นในแนวคิดที่ว่า เกาหลีเหนือจะต้องถูกปลดนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ และไม่ยอมให้เกาหลีเหนือมีขีปนาวุธเลยไม่ว่าจะพิสัยใด

อย่างไรก็ดีเรื่องการที่สหรัฐฯ จะมาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้นั้นก็ยังกลายเป็นประเด็น เพราะตัวนายบลิงเคนเคยเป็นผู้นำในการเจรจาไตรภาคีระหว่างญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ ครั้งยังเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสมัยรัฐบาลโอบามา เป็นไปได้ว่าคราวนี้ญี่ปุ่นอาจ “ถูกบังคับให้ประนีประนอม” เพื่อประเด็นการเดินหน้าปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

แต่อย่าลืมว่า ญี่ปุ่นไม่มีทางยอมถอยให้แก่เกาหลีใต้ในประเด็นที่ศาลแขวงกรุงโซลตัดสินคดี (เรื่องให้รัฐบาลญี่ปุ่นชดใช้เงินให้อดีตผู้หญิงปลอบขวัญ) เนื่องจากเรื่องนี้สำหรับญี่ปุ่นถือว่า “ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ” และขัดต่อข้อตกลงที่ญี่ปุ่นเคยมีมาแล้วต่อเกาหลีใต้เรื่องการจ่ายเงินชดเชยอดีตผู้หญิงปลอบขวัญ เรื่องนี้ นายโมเตกิได้ชิงตัดหน้าไปแล้วโดยเคยพูดกับนายบลิงเคนว่า “สามประเทศจะประสานกันเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคง แต่เรื่องปัญหาที่ (ญี่ปุ่น) มีกับเกาหลีใต้นั้น ขอให้ญี่ปุ่นเป็นคนจัดการเอง”

ที่ผ่านมา นายโมเตกิไม่เคยแม้แต่จะคุยโทรศัพท์กับนายชอนอึยยอง รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้เลยด้วยซ้ำเพราะเห็นว่า “ขณะที่เกาหลีใต้ไม่ได้ชี้ว่าจะแก้ปัญหา (เรื่องนี้) อย่างไร จะให้รัฐมนตรีต่างประเทศมาคุยกันแต่เรื่องหลักการนั้นไม่มีประโยชน์” อย่างไรก็ดี หลังจากการประชุมรัฐมนตรีฯ สามประเทศ นายโมเตกิได้ยอมหารือกับนายชอนเป็นการต่างหากเพื่อรักษาหน้าของนายบลิงเคน

อันที่จริงแล้ว ตั้งแต่นายไบเดนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือไตรภาคีระหว่าง 3 ประเทศ ว่าจะต้อง “ร่วมกันตอบโต้ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือและจีน” แต่บอกตรงๆ ว่าหากสหรัฐฯ ไม่เป็นตัวตั้งตัวตีจัดการประชุมล่ะก็ รัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นคงไม่ได้คุยกัน

นายชอนอึยยอง รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้นั้น หลังจากเข้ารับตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เคยพบปะเจรจากับนายบลิงเคน และก็นายหวังอี๋ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน และก็นายลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียมาแล้ว แต่ไม่เคยคุยกับนายโมเตกิ!

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ มีการทำพิธีรำลึกเนื่องใน “วันทาเคชิมะ” ที่จังหวัดชิมาเนะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอกย้ำว่า “เกาะทาเคชิมะเป็นดินแดนของญี่ปุ่น” อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการฯ ของญี่ปุ่นก็ยังอนุมัติตำราเรียนวิชาสังคมศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายซึ่งมีข้อความว่าเกาะทาเคชิมะเป็นดินแดนของญี่ปุ่น เรื่องนี้เกาหลีใต้โกรธแค้นมาก

ที่สุดยอดไปกว่านั้นก็คือ นายคังชางอิล (ที่ว่าเป็นนักวิชาการสาย “แอนตี้ญี่ปุ่น”) เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่วงมาถึงเดือนเมษายน ยังไม่ได้พบกับนายกฯ สุงะ และนายโมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศ โดยนายโมเตกิให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าที่เขาไม่พบกับนายคังชางอิลนั้นเพราะว่ากำลัง “งานยุ่ง”

…เริ่มน่าคิดแล้วว่า เกาหลีใต้ไม่อยากคุยกับญี่ปุ่นหรือญี่ปุ่นไม่อยากคุยกับเกาหลีใต้กันแน่?

ผู้เชี่ยวชาญได้ชี้ให้เห็นว่า ญี่ปุ่นเห็นว่าตนเองไม่จำเป็นต้องญาติดีกับเกาหลีใต้ เพราะจากการที่สหรัฐฯ เดินตามแนวคิด Free and Open Indo-Pacific (น่านน้ำอินเดียแปซิฟิกเปิดเสรี) ทำให้ญี่ปุ่นสามารถอาศัยความร่วมมือด้านความมั่นคงของประเทศมหาอำนาจทั้ง 4 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย (กลุ่มพันธมิตรสกัดจีนที่เรียกว่า The QUAD) ได้ ซึ่งอาจเปรียบเปรยได้ว่า “ญี่ปุ่นใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกามากกว่าเกาหลีใต้”

ญี่ปุ่นมองว่าตัวเองไม่ต้องญาติกับเกาหลีใต้ แต่พี่ใหญ่อเมริกาคงไม่เห็นแบบนั้น เพราะภัยที่แท้มิได้จบแค่เกาหลีเหนือ เหนือกว่าเกาหลีเหนือคือพี่จีนผู้ซึ่งจะเป็นภัยต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในแถบนี้ เรามาดูกันต่อไปดีกว่าครับว่าญี่ปุ่นจะยึดมั่นในความคิดของตนต่อไป หรือพี่ใหญ่จะทำให้ญี่ปุ่นต้อง “ยอม” ได้ ดูกันต่อไปยาวๆ ครับ    สล็อตเว็บตรง

Continue Reading

ญี่ปุ่นเริ่มใช้มาตรฐาน JIS สำหรับหน้ากากอนามัย เพื่อความอุ่นใจในการเลือกซื้อ

ญี่ปุ่นเริ่มใช้มาตรฐาน JIS สำหรับหน้ากากอนามัย

ญี่ปุ่นเริ่มใช้มาตรฐาน JIS สำหรับหน้ากากอนามัย

ญี่ปุ่นเริ่มใช้มาตรฐาน JIS สำหรับหน้ากากอนามัย

“หน้ากากอนามัย” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วในยุคโรคระบาดแบบนี้ ถึงแม้ตอนนี้ภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัยจะทุเลาเบาบางไปแล้ว แต่ท่ามกลางการระบาดอย่างหนักของไวรัส COVID-19 ทุกคนก็ยังคงต้องการหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพ สามารถป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับคนไทยแล้วหน้ากากอนามัยจากประเทศญี่ปุ่นดูจะเป็นทางเลือกที่เราให้ความไว้วางใจในคุณภาพเป็นอย่างมาก แต่ต่อจากนี้ญี่ปุ่นขอเพิ่มความมั่นใจและอุ่นใจในคุณภาพของหน้ากากอนามัยยิ่งขึ้น ด้วยการเริ่มนำระบบมาตรฐาน JIS มาใช้ควบคุมคุณภาพของหน้ากากอนามัยด้วย

มาตรฐาน JIS สำหรับหน้ากากอนามัย

กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐาน JIS สำหรับหน้ากากอนามัยที่ผลิตในประเทศ โดยหลังจากนี้หน้ากากอนามัยที่ผ่านมาตรฐานประสิทธิภาพและวิธีการการทดสอบตามมาตรฐานของ JIS แล้ว จะได้รับการรับรองว่าเป็นหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น โดยหน้ากากอนามัยสำหรับทางการแพทย์และหน้ากากอนามัยสำหรับการใช้งานทั่วไป รวมถึงหน้ากากอนามัยสำหรับการแพทย์เพื่อการป้องกันโรคระบาด จะได้รับการกำหนดมาตรฐานตามหัวข้อต่าง ๆ เช่น ประสิทธิภาพในการดักจับละอองฝอย ไวรัส เกสรดอกไม้ รวมถึงประสิทธิภาพการถ่ายเทอากาศ ความปลอดภัย และอนามัย เป็นต้น

ผู้ผลิตสามารถยื่นขอรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน JIS ของหน้ากากอนามัยได้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2021 เป็นต้นไป ซึ่งหน้ากากอนามัยที่ผ่านมาตรฐาน JIS จะสามารถแสดงเลขรับประกันมาตรฐาน และเครื่องหมาย JIS ที่ตัวหน้ากากอนามัยได้

 

หลังจากการเริ่มใช้มาตรฐาน JIS ในการควบคุมประสิทธิภาพการผลิตหน้ากากอนามัย หลายคนอาจสงสัยว่าหน้ากากอนามัยที่ไม่ได้ยื่นขอรับรองมาตรฐาน JIS จะสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจได้หรือไม่ ก็ต้องขอบอกว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัยย่อมมีประโยชน์มากกว่าการไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใด ๆ เลยอย่างแน่นอน แต่ถ้าใครอยากเพิ่มความมั่นใจในการเลือกซื้อหน้ากากอนามัย การมองหาหน้ากากอนามัยที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน JIS ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าหน้ากากอนามัยนี้เป็นหน้ากากอนามัยที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพตามมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่นนั่นเองละค่ะ

สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

Continue Reading

ใจดีที่สุด! สตาร์บัคส์ญี่ปุ่นลดราคาก่อนปิดร้านหวังลดขยะอาหาร

สตาร์บัคส์ญี่ปุ่นลดราคาก่อนปิดร้านลดขยะในญี่ปุ่น

สตาร์บัคส์ญี่ปุ่นลดราคาก่อนปิดร้านลดขยะในญี่ปุ่น

สตาร์บัคส์ญี่ปุ่นลดราคาก่อนปิดร้านลดขยะในญี่ปุ่น

สตาร์บัคส์ญี่ปุ่นลดราคาก่อนปิดร้านลดขยะ

ปัญหาขยะอาหารเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและใส่ใจในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง การทิ้งอาหารนอกจากจะมีต้นทุนแล้ว ยังสร้างมลพิษให้โลกของเราอีกด้วย ทำให้หลายธุรกิจโดยเฉพาะวงการอาหารออกแคมเปญเพื่อลดปัญหาดังกล่าว “กาแฟนางเงือก” หรือ “สตาร์บัคส์” ที่เราคุ้นเคยก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ออกมาขานรับเทรนด์นี้ค่ะ

ขนมลด 20% ก่อนปิดร้าน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา สตาร์บัคส์คอฟฟี่เจแปนประกาศจะลดราคาเบเกอรี่ที่ใกล้จะหมดอายุ 20% ก่อนปิดร้าน 3 ชั่วโมง เพื่อเป็นการลดขยะอาหาร โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคมเป็นต้นไปที่สตาร์บัคส์กว่า 1,600 สาขาทั่วญี่ปุ่น สินค้าที่ร่วมรายการได้แก่ อาหารบรรจุหีบห่อ (Packaged Food) แซนด์วิช และเบเกอรี่ ส่วนเครื่องดื่มจะไม่เข้าร่วมรายการ โดยสามารถสังเกตสินค้าที่ลดราคาได้จากป้ายที่หน้าตู้ขนมค่ะ ทั้งนี้การลดราคาสินค้าจะขึ้นอยู่กับสต็อคของแต่ละสาขาในแต่ละวันว่าเหลือมากน้อยเพียงใด อาจจะต้องพึ่งดวงและการคาดคะเนกันสักเล็กน้อยนะคะ นอกจากนี้สตาร์บัคส์เจแปนยังวางแผนที่จะบริจาคกำไรบางส่วนจากโครงการนี้ให้กับองค์กรเพื่อการกุศลต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย

แคมเปญดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อสอดรับกับพันธกิจที่จะใช้ทรัพยากรในเชิงบวก (Resource Positive) สตาร์บัคส์เจแปนมีเป้าหมายที่จะลดขยะในร้านค้าลง 50% ภายในปีค.ศ. 2030 ก่อนจะเริ่มใช้แคมเปญนี้อย่างจริงจังได้มีการทดลองเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเป็นระยะเวลา 1 เดือนที่ 90 สาขาในกรุงโตเกียวและจังหวัดไซตามะ ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจากทั้งลูกค้าและพนักงาน จึงตัดสินที่จะขยายแคมเปญไปทั่วประเทศ

หลังจากประกาศแคมเปญนี้ออกมา กระแสตอบรับจากชาวเน็ตก็มีทั้งด้านบวกและลบค่ะ ด้านบวกก็ออกมาชื่นชมสตาร์บัคส์ว่าไม่ห่วงภาพลักษณ์แบรนด์ และมีการแชร์ประสบการณ์ของชาวเน็ตที่รู้สึกปวดใจ เมื่อจำใจต้องทิ้งอาหารที่เหลือหลังจากปิดร้าน ส่วนด้านลบก็ออกจากแสดงความกังวลเรื่องความแออัดที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อใกล้ถึงเวลาลดราคาสินค้า และความกังวลในเรื่องกำไรที่อาจจะลดลง เป็นต้นค่ะ   สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

 

ช่วงนี้เราได้เห็นแคมเปญลดปริมาณขยะอาหารของธุรกิจทั้งในไทยและในต่างประเทศมากขึ้นนะคะ ส่วนตัวก็คิดว่าดีเพราะได้อาหารในราคาที่ถูกกว่าปกติ ฝั่งร้านค้าเองก็ได้ลดต้นทุน ถือว่าวิน-วินทั้งสองฝ่ายนะคะ แล้วทุกคนล่ะคะ คิดอย่างไรกับแคมเปญนี้? มาร่วมแชร์ความคิดเห็นกันได้นะคะ

Continue Reading

การขยายตัวของตลาด e-book ญี่ปุ่นในยุคโควิด

การขยายตัวของตลาด e-book ญี่ปุ่น

การขยายตัวของตลาด e-book ญี่ปุ่น

การขยายตัวของตลาด e-book ญี่ปุ่น

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน เมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนที่เกิดกระแสอีบุ๊ก (e-book) ใหม่ๆ โดย amazon.com ออกเครื่องอ่านอีบุ๊ก kindle นั้น ผู้เขียนเองยอมถอยรุ่นใหญ่เครื่องละสองหมื่นกว่า เพราะเห็นว่าไหนๆ ก็ชอบอ่านหนังสือฝรั่งอยู่แล้วและราคาขายอีบุ๊กนั้นถ้าเทียบกับหนังสือเล่มกระดาษที่เป็นหัวเรื่องเดียวกันนี่ราคาถูกกว่ากันครึ่งๆ แถมมีฟังค์ชั่น text-to-speech ซึ่งยุคนั้นมันว้าวมาก ใช้จนเครื่องพังเลยครับ (ฮา) ในเมืองไทยมีความพยายามจะทำตลาดอีบุ๊กภาษาไทยแต่ปรากฏว่ามันไม่เวิร์คเอาเสียเลย ซึ่งญี่ปุ่นที่ผ่านมาก็ไม่เวิร์คเหมือนกันครับเพราะคนยังติดกับการถือหนังสือเป็นเล่มกระดาษ แต่เชื่อไหมครับว่ายุคโควิดนี่แหละที่ทำให้ตลาดอีบุ๊กในญี่ปุ่นโตขึ้นมาได้ จะเป็นอย่างไรลองตามไปอ่านกันครับ

อย่างที่ทราบว่าในยุคโควิด คนญี่ปุ่นนั้นต้องขังตัวอยู่กับบ้านอยู่ในห้องมากขึ้น ทำให้อีบุ๊กขายดีขึ้น ซึ่งทางสถาบันวิทยาศาสตร์การพิมพ์แห่งสมาคมสำนักพิมพ์แห่งชาติ (全国出版協会・出版科学研究所) ได้มองการขยายตัวของตลาดว่า หากมองภาพรวม ขนาดของตลาดดูเหมือนจะหดตัวลงเล็กน้อยทุกปี แต่ส่วนที่หดตัวจริงๆ คือสิ่งพิมพ์กระดาษ แต่สื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ (พูดง่ายๆ คืออีบุ๊ก) นั้นเติบโตขึ้นในปี 2020 จากการสำรวจโดย Impress ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีดิจิทัล และสื่อ คาดว่าตลาดอีบุ๊กในปี 2020 ขยายตัวถึง 28.6% จากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 482,100 ล้านเยน ซึ่งคาดว่าในปี 2025 (คืออีกสี่ปีข้างหน้า) ตลาดอีบุ๊กอาจเติบโตทะลุ 6,700,000,000,000 (หกล้านเจ็ดแสนล้าน) เยน เลยทีเดียว

ที่ผ่านมา เวลาสำนักพิมพ์จะออกอีบุ๊ก จะมีความกลัวว่า อะไรก็ตามที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์มักจะถูกก๊อปปี้ ละเมิดลิขสิทธิ์แบบเอาไปอ่านไปดูฟรีๆ ไม่จ่ายสตางค์ ซึ่งทำให้ผู้สร้างผลงานและสำนักพิมพ์เจ็บตัว แต่ว่าด้วยการใช้เทคโนโลยี blockchain ซึ่งจะเป็นเพียงการแชร์ข้อมูลให้แก่ผู้ใช้ โดยที่ทราบได้ว่าใครที่เป็นเจ้าของและมีสิทธิ์ในข้อมูลนั้นจริงๆ วิธีนี้อาจทำให้ผู้สร้างผลงานและสำนักพิมพ์รักษาสิทธิ์ในงานของตนเองได้ ทีนี้ใครจะมาดูมาอ่านต้องจ่ายสตางค์กันจริงๆ ละ จะมาขโมยก๊อปปี้ไปอ่านฟรีหรือไปขายต่อไม่ได้แล้วล่ะ   สล็อตเว็บตรง
 

 

อ่านเรื่องของแนวโน้มการขยายตัวของตลาดอีบุ๊กซึ่งมีมูลค่าต่อไปอาจเป็นหลักล้านล้านเยนแล้ว รู้สึกว่าคนญี่ปุ่นนี่ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ “รักการอ่าน” กันจริงๆ นะครับ บ้านเมืองจะเจริญเพราะคนใฝ่หาความรู้หาสิ่งใหม่ๆ ผ่านการอ่านกันนี่แล ฝากไว้ให้คิด สวัสดีครับ
อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

Continue Reading

“ถุงเซเว่นรักษ์โลก” จากของพรีเมียมฮิตถล่มทลาย มาเป็น “ของขาย” แบบพรีออเดอร์!!!

ถุงเซเว่นรักษ์โลกมาเป็น ของขายแบบพรีออเดอร์

ถุงเซเว่นรักษ์โลกมาเป็น ของขายแบบพรีออเดอร์

ถุงเซเว่นรักษ์โลกมาเป็น ของขายแบบพรีออเดอร์

สวัสดีครับ วันนี้มาเรื่องเบาๆ นิดนึง ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังฮิต “ถุงเซเว่นรักษ์โลก” ถึงขนาดต้องจองพรีออเดอร์กันล่วงหน้ากันเลยทีเดียวครับ ทั้งๆ ที่หน้าตามันไม่ได้ต่างจากถุงก๊อบแก๊บติดโลโก้เซเว่นญี่ปุ่นแต่อย่างใด มีสองสีต่างไซส์กันคือ สีขาวกับสีน้ำตาล

ซึ่งแต่เดิมถุงดังกล่าวเป็นของพรีเมียมในแคมเปญแลกแต้ม Seven Mile Program เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ สีขาวทำจากผ้าฝ้าย ส่วนสีน้ำตาลทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์ (จากพลาสติกรีไซเคิล) โดยใช้ 550 แต้มแลกถุงสีขาว และ 500 แต้มแลกถุงสีน้ำตาล ตอนนั้นทางบริษัทเตรียมไว้สีละ 3,000 ชิ้น รวมทั้งหมด 6,000 ชิ้น ซึ่งถูกแลกหมดเกลี้ยงตั้งแต่นาทีแรก (โห)

พอได้รับความนิยมขนาดนี้ก็เลยมีแคมเปญรอบสองออกมาเมื่อช่วงกลางปี ตอนเดือนมิถุนายนมีแต่ถุงสีขาว เปลี่ยนวัสดุจากผ้าฝ้ายเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล โดยใช้ 550 แต้มแลกเหมือนเคย บริษัทเตรียมสินค้าไว้เยอะกว่าเดิม 5 เท่าที่ 30,000 ใบก็ยังถูกแลกหมดเกลี้ยงภายในวันเดียว ส่วนแคมเปญเดือนสิงหาคมเป็นถุงสีน้ำตาล ใช้ 500 แต้มแลก สินค้าที่เตรียมไว้ 20,000 ใบก็ถูกแลกหมดในเวลาไม่นาน  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย
 

ถุงเซเว่นรักษ์โลกบัดนี้เลยกลายเป็นแรร์ไอเท็ม ตอนหลังพอมีเสียงเรียกร้องมากๆ เข้า ล่าสุดทางบริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ 7-11 ในญี่ปุ่นก็เลย “ทำออกมาขาย” ซะเลย โดยจัดเป็นชุดรวมถุงทั้ง 2 แบบ

  • ถุงสีขาวมีขนาด กว้าง 29.5 ซม. สูง 53 ซม. ก้นถุงกว้าง 15 ซม. ขนาดหลังจากพับเก็บ 13.3 x 13.3 ซม.
  • ถุงสีน้ำตาลมีขนาด กว้าง 27 ซม. สูง 45 ซม. ก้นถุงกว้าง 21 ซม. ขนาดหลังจากพับเก็บ 11.5 x 11.5 ซม.

ถุงทั้งสองแบบทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์จากพลาสติกรีไซเคิล ถุงสีขาวทำออกมาขนาดเท่ากับถุงพลาสติกไซส์ใหญ่สุด ส่วนสีน้ำตาลทำออกมาให้มีขนาดพอดีกับกล่องข้าวที่ขายในร้าน

 

ผู้สนใจสามารถจองซื้อผ่านทางเว็บ Seven Net Shopping ด้วบบัตรเครดิต ในราคาชุดละ 1,980 เยนรวมภาษี (คิดเป็นเงินไทยประมาณเกือบ 600 บาท) สั่งวันนี้ รอรับอีกทีอีก 2 เดือนให้หลัง ประมาณวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2022 เป็นต้นไป โดยจำกัดการสั่งได้แค่คนละชุดเท่านั้น

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ 7-11 กล่าวว่า ที่ถุงนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะมีความเป็นเอกลักษณ์และใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ผู้หญิงถือได้ผู้ชายถือดี ส่วนความเห็นของชาวเน็ตก็มีหลากหลาย บางคนบอกว่าน่ารักน่าใช้ แถมดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกันหลายคนบอกว่า ราคาแพงเกินไป๊ ไม่ได้ซื้อบ่อย ๆ ราคานี้เอามาซื้อถุงพลาสติกตอนจ่ายเงินใบละ 3 เยน (1 บาท) ได้มากกว่า 600 ใบอีก เอามาใส่อาหารอย่างนี้ถ้าถุงเลอะก็ทิ้งได้เลยด้วยแถมยังถูกอนามัยกว่า ฯลฯ

ต้นปีหน้าก็ครบ 2 ปีที่ร้านค้าใหญ่ๆ ในไทยเลิกแจกถุงพลาสติก ส่วนที่ญี่ปุ่นเลิกแจกช้ากว่าไทยประมาณครึ่งปี คือเริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นมา แต่ต่อไปเขาจะเข้มงวดขึ้น คือจะเริ่มบังคับใช้งดแจกช้อนส้อมหลอดพลาสติกตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปด้วย ว่าแต่เรื่องงดแจกช้อนส้อมหลอดพลาสติกเนี่ย เมืองไทยควรเอาอย่างด้วยดีไหมครับเนี่ย?

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

Continue Reading

เมื่อภาวะโควิดทำให้เกาหลีใต้นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น!!!

ภาวะโควิดนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น

ภาวะโควิดนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น

ภาวะโควิดนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น

ภาวะโควิดทำให้เกาหลีใต้นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น” ท่านผู้อ่านเห็นประโยคนี้อาจตกใจไปใหญ่โต จริงๆ แกล้งจั่วหัวไปอย่างนั้นแหละครับ ความจริงแล้วสินค้าที่นำเข้ามากขึ้นในที่นี้ก็คือ “แก้วกระดาษใช้แล้วทิ้ง” กับ “ผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วทิ้ง” เท่านั้นเองครับ ซึ่งในอีกด้านหนึ่งก็ก่อให้เกิดปัญหาขยะพลาสติกและกระดาษในเกาหลีใต้ด้วยสล็อตเว็บตรง

เหตุผลง่ายๆ ที่ทำให้การนำเข้าสูงขึ้นก็เพราะมาจากการที่ว่ารัฐบาลเกาหลีจำกัดเวลาเปิดทำการของร้านอาหาร ร้านกาแฟ จำกัดจำนวนคนในการนั่งชุมนุมกันนอกบ้าน (เนื่องจากภาวะโควิด) ทำให้คนหันมาใช้บริการ food delivery มากขึ้น และความต้องการภาชนะใส่อาหารแบบใช้แล้วทิ้งก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เกาหลีใต้นำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วทิ้ง 60,000 ถึง 70,000 ตันทุกปี ในจำนวนนี้เป็นนำเข้าจากญี่ปุ่น 40% ถึง 50% การใช้ภาชนะใส่อาหารแบบใช้แล้วทิ้งอย่างมากมายนี่แหละครับทำให้เกาหลีกลายเป็นประเทศที่มีปริมาณการผลิตขยะต่อหัวสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก (อันดับ 1 คืออเมริกา อันดับ 2 คืออังกฤษ ส่วนญี่ปุ่นนั้นเป็นอันดับ 5) รายงานของกรีนพีซกล่าวอ้างว่าครัวเรือนชาวเกาหลีทั่วไปนั้นทิ้งขยะพลาสติกที่เป็นผลิตภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งเฉลี่ยสัปดาห์ละ 92 ชิ้น!!! ซึ่งมาจากพฤติกรรมการบริโภคของคนเกาหลีโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณไปเข้าร้านกาแฟที่เกาหลีใต้ ถึงคุณจะนั่งดื่มในร้าน ถ้าเป็นกาแฟร้อนเขาก็ใส่ถ้วยกระดาษ ส่วนกาแฟเย็นก็ใส่แก้วพลาสติกมาให้ (ถ้าเป็นเมืองไทยดื่มกาแฟร้อนในร้านเขายังใส่แก้วกาแฟที่เป็นกระเบื้องใช่ไหมครับ ซึ่งล้างแล้วใช้ใหม่ได้ ในเมืองไทยเองก่อนยุคโควิดระบาดนั้นยังมีการณรงค์ให้นำเอาแก้วกาแฟหรือภาชนะบรรจุกาแฟเย็นจากที่บ้านมาใช้เพื่อลดขยะด้วยซ้ำ แต่พอโควิดระบาด แคมเปญพวกนี้ก็หายไปด้วยเหตุผลด้านอนามัย) หรือแม้แต่กล่องใส่ข้าวที่ใช้ในธุรกิจ food delivery บางทีก็มีการตกแต่งภายนอกกล่องอย่างหรูหราด้วย ซึ่งก็ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วทิ้งทั้งนั้น

ที่ผ่านมาก่อนหน้านั้นในปี 2018 รัฐบาลเกาหลีได้เคยพยายามแก้ไขปัญหานี้ด้วยการออกคำสั่งห้ามไม่ให้ร้านกาแฟเอาแก้วกระดาษแบบใช้แล้วทิ้งมาใช้เสิร์ฟกาแฟในร้านให้ลูกค้า (คือใช้แก้วกระดาษได้เฉพาะลูกค้าที่สั่งกลับบ้าน) อย่างไรก็ดี ภาวะโควิดทำให้การนั่งกินนั่งดื่มตามร้านกาแฟหรือร้านอาหารหายไป แล้วคนก็หันมาใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่กันมากๆ ซึ่งก็ทำให้ขยะพลาสติกกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของขยะพลาสติกในเกาหลีใต้ก็คือมันถูกนำมารีไซเคิลได้ยาก เพราะบางครั้งบรรจุภัณฑ์ถูกทำด้วยวัสดุหลายชนิดผสมกัน แถมยังมีการใช้กาว และก็ไม่มีการทำความสะอาดขยะพลาสติกก่อนทิ้งด้วย (ในขณะที่การทิ้งขยะพลาสติกของคนญี่ปุ่นนั้นจะมีการทำความสะอาดก่อนทิ้ง)

ภาวะโควิดทำให้ธุรกิจอีกอย่างหนึ่งเฟื่องฟู นั่นก็คือธุรกิจโฮมดิลิเวอรี่จากการที่มีคนชอบสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น การนำเข้ากระดาษใช้แล้วจากญี่ปุ่นเพื่อทำเป็นกล่องกระดาษสำหรับส่งของก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย จากที่เคยนำเข้าจากญี่ปุ่นปีละ 200,000 ถึง 300,000 ตัน แต่พอถึงปี 2021 ยอดนำเข้ากลับพุ่งสูงขึ้นถึง 390,000 ตัน!!!

 

ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้จึงเป็นที่คาดการณ์ว่าภาวะโควิดในเกาหลีใต้อาจทำให้เกิดภูเขาขยะขึ้นมาในไม่ช้านี้แน่นอน 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ตัวผู้เขียนเองคิดว่าในเรื่องทั้งจิตสำนึกและวิธีการรีไซเคิลขยะนั้น ญี่ปุ่นก็ยังถือว่าดีกว่าอีกหลายๆ ประเทศนะครับ วันนี้ก็ต้องขอลาเพียงเท่านี้ไปก่อน พบกันใหม่สวัสดีครับ

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

Continue Reading