การขยายตัวของตลาด e-book ญี่ปุ่นในยุคโควิด

การขยายตัวของตลาด e-book ญี่ปุ่น

การขยายตัวของตลาด e-book ญี่ปุ่น

การขยายตัวของตลาด e-book ญี่ปุ่น

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน เมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนที่เกิดกระแสอีบุ๊ก (e-book) ใหม่ๆ โดย amazon.com ออกเครื่องอ่านอีบุ๊ก kindle นั้น ผู้เขียนเองยอมถอยรุ่นใหญ่เครื่องละสองหมื่นกว่า เพราะเห็นว่าไหนๆ ก็ชอบอ่านหนังสือฝรั่งอยู่แล้วและราคาขายอีบุ๊กนั้นถ้าเทียบกับหนังสือเล่มกระดาษที่เป็นหัวเรื่องเดียวกันนี่ราคาถูกกว่ากันครึ่งๆ แถมมีฟังค์ชั่น text-to-speech ซึ่งยุคนั้นมันว้าวมาก ใช้จนเครื่องพังเลยครับ (ฮา) ในเมืองไทยมีความพยายามจะทำตลาดอีบุ๊กภาษาไทยแต่ปรากฏว่ามันไม่เวิร์คเอาเสียเลย ซึ่งญี่ปุ่นที่ผ่านมาก็ไม่เวิร์คเหมือนกันครับเพราะคนยังติดกับการถือหนังสือเป็นเล่มกระดาษ แต่เชื่อไหมครับว่ายุคโควิดนี่แหละที่ทำให้ตลาดอีบุ๊กในญี่ปุ่นโตขึ้นมาได้ จะเป็นอย่างไรลองตามไปอ่านกันครับ

อย่างที่ทราบว่าในยุคโควิด คนญี่ปุ่นนั้นต้องขังตัวอยู่กับบ้านอยู่ในห้องมากขึ้น ทำให้อีบุ๊กขายดีขึ้น ซึ่งทางสถาบันวิทยาศาสตร์การพิมพ์แห่งสมาคมสำนักพิมพ์แห่งชาติ (全国出版協会・出版科学研究所) ได้มองการขยายตัวของตลาดว่า หากมองภาพรวม ขนาดของตลาดดูเหมือนจะหดตัวลงเล็กน้อยทุกปี แต่ส่วนที่หดตัวจริงๆ คือสิ่งพิมพ์กระดาษ แต่สื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ (พูดง่ายๆ คืออีบุ๊ก) นั้นเติบโตขึ้นในปี 2020 จากการสำรวจโดย Impress ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีดิจิทัล และสื่อ คาดว่าตลาดอีบุ๊กในปี 2020 ขยายตัวถึง 28.6% จากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 482,100 ล้านเยน ซึ่งคาดว่าในปี 2025 (คืออีกสี่ปีข้างหน้า) ตลาดอีบุ๊กอาจเติบโตทะลุ 6,700,000,000,000 (หกล้านเจ็ดแสนล้าน) เยน เลยทีเดียว

ที่ผ่านมา เวลาสำนักพิมพ์จะออกอีบุ๊ก จะมีความกลัวว่า อะไรก็ตามที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์มักจะถูกก๊อปปี้ ละเมิดลิขสิทธิ์แบบเอาไปอ่านไปดูฟรีๆ ไม่จ่ายสตางค์ ซึ่งทำให้ผู้สร้างผลงานและสำนักพิมพ์เจ็บตัว แต่ว่าด้วยการใช้เทคโนโลยี blockchain ซึ่งจะเป็นเพียงการแชร์ข้อมูลให้แก่ผู้ใช้ โดยที่ทราบได้ว่าใครที่เป็นเจ้าของและมีสิทธิ์ในข้อมูลนั้นจริงๆ วิธีนี้อาจทำให้ผู้สร้างผลงานและสำนักพิมพ์รักษาสิทธิ์ในงานของตนเองได้ ทีนี้ใครจะมาดูมาอ่านต้องจ่ายสตางค์กันจริงๆ ละ จะมาขโมยก๊อปปี้ไปอ่านฟรีหรือไปขายต่อไม่ได้แล้วล่ะ   สล็อตเว็บตรง
 

 

อ่านเรื่องของแนวโน้มการขยายตัวของตลาดอีบุ๊กซึ่งมีมูลค่าต่อไปอาจเป็นหลักล้านล้านเยนแล้ว รู้สึกว่าคนญี่ปุ่นนี่ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ “รักการอ่าน” กันจริงๆ นะครับ บ้านเมืองจะเจริญเพราะคนใฝ่หาความรู้หาสิ่งใหม่ๆ ผ่านการอ่านกันนี่แล ฝากไว้ให้คิด สวัสดีครับ
อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

You may also like